วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภาพช็อกโลก

สำนักข่าวต่างประเทศได้ประมวลภาพถ่ายเหตุการณ์สำคัญทั่วโลกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยผ่านการจัด 10 อันดับ ในหัวข้อ '10 ภาพถ่ายช็อกโลก' ซึ่งมีภาพเหตุการณ์สงครามประชาชนจากประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2519 ร่วมติดอยู่ด้วย โดยทั้ง 10 ภาพมีดังนี้


10. ผู้ลี้ภัยในโคโซโว ภาพถ่ายของ แคโรว์ กุสซี่ ในเหตุการณ์ลี้ภัยของชาวโคโซโว ที่อุ้มเด็ก 2 ขวบลอดผ่านรั้วหนาม


9. สงครามเกลื่อนถนน ภาพถ่ายของ แคโรไลน์ โคลล์ ในเหตุสงครามกลางเมืองของไลบีเรีย ทำมีกระสุนปืนเกลื่อนถนน


 8. สังหารหมู่คนไทย ภาพถ่ายของ ไนล์ อูเลวิช ในเหตุสงครามประชาชน 6 ตุลาคม 2519 ที่ท้องสนามหลวง นักศึกษาชายถูกแขวนคอใต้ต้นมะขาม


7. ชีวิตหลังพายุ ภาพถ่ายของ แพทริค ฟาร์เรล ภายหลังพายุเฮอร์ริเคนฮานน่าพัดถล่มเฮติ


6. พลังของหญิงสาว ภาพถ่ายของ โอเด็ต บัลอิลตี้ ที่ถ่ายภาพหญิงสาวพยายามสกัดกั้นตำรวจโดยตัวคนเดียวในอิสราเอล


5. 11 กันยายน ภาพถ่ายของ สตีฟ ลัธลัม ในเหตุก่อการร้ายตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก ปี 2001


4. หลังคลื่นสึนามิ ภาพถ่ายของ อาร์โก ดัธต้า ภาพหญิงสาวอินเดีย หมดอาลัยตายอยาก ภายในจากคลื่นยักษ์สึนามิถล่มปี 2004


3. โศกนาฏกรรมแก๊สพิษ ภาพถ่ายของ พาโบล บาร์ทโธโลมิว แก๊สพิษในอุตสาหกรรมระเบิดและฝังร่างผู้เสียชีวิตไว้กว่า 15,000 คน ในอินเดีย



2. หัวใจยังแข็งแกร่ง ภาพถ่ายของ ดีนนี ฟิทซมัวไรซ์ ภาพของเด็กชายชาวอิรักที่หัวใจยังแข็งแกร่ง แม้ได้รับผลกระทบจากสงครามที่โหดร้าย



1. โศกนาฏกรรมแห่งโอเมย์รา ซานเชส ภาพถ่ายของ แฟรงค์ ฟาว์เรอร์ ภาพเด็กติดอยู่ซากดินโคลนถล่ม หลังภูเขาไฟระเบิดที่โคลัมเบีย ปี 1985

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความจริงกับองค์ดาไลลามะ


ครั้งหนึ่งเมื่อมีคนถามองค์ดาไลลามะว่า

อะไรเป็นเรื่องที่ท่านรู้สึกแปลกใจมากที่สุดเกี่ยวกับมนุษยชาติ ท่านตอบว่า

“มนุษย์เรานึ้ ยอมสูญเสียสุขภาพเพื่อทำให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินตรา

เพื่อฟื้นฟูรักษาสุขภาพ แล้วก็เฝ้าเป็นกังวลกับอนาคต จนไม่มีความรื่นรมย์กับปัจจุบัน

ผลที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือ เขาไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งอยู่กับอนาคต

เขาดำเนินชีวิตเสมือนหนึ่งว่าเขาจะไม่มีวันตาย และแล้วเขาก็ตายอย่างไม่เคยมีชีวิตอยู่จริง“

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทำไมคน ที่ฉลาดเท่ากัน ถึงมีบั้นปลายชี วิตที่แตกต่างกัน‏


ไขความลับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต  กุญแจสำคัญคืออะไร  ติดตามได้ในเนื้อหาที่จะนำมาเสนอข้างล่างนี้...

         คุณเคยนึกบ้างไหมว่าในอนาคตคุณน่าจะเป็นคนที่ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ? แน่นอนว่าเราทุกคนต่างก็มีความฝัน แต่มีสักกี่คนที่ทำได้ดั่งที่ใจฝันไว้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ละทิ้งความฝันเพียงเพราะเจออุปสรรค จึงทำให้โอกาสดีๆ ในชีวิตหลุดลอยไป และนี่คือสิ่งที่ทำให้แต่ละคน มีบั้นปลายชีวิตที่แตกต่างกัน

         ความแตกต่างระหว่าง คนที่ล้มเหลวและคนที่ประสบความสำเร็จคือ "แนวคิดในการใช้ชีวิต และ การเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น" คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่มีมุมมองที่ไม่เหมือนคนทั่วไป "วิธีคิดและมุมมอง ทำให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จ และแตกต่างจากคนอื่น"

         สิ่งที่คุณคิดและมุมมองของคุณที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันจะเป็นตัวบ่งชี้อนาคตของคุณในภายภาคหน้า บางคน เมื่อวัยเด็กเป็นคนฉลาด เรียนรู้เร็ว มีความคล่องแคล่ว ว่องไว กล้าพูดกล้าทำ หัวสมองดีจดจำตำราได้แม่นยำ แต่ปัจจุบันเขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน ในขณะที่อีกคนก็มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก แต่กลับเป็นเศรษฐีพันล้าน

         อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขามีชีวิตที่แตกต่างกันความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวคืออะไร ความจริงแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตัวเราเอง คือผู้กำหนด เห็นได้จากสิ่งที่กระทำใน  ปัจจุบันจะส่งผล โดยตรงต่ออนาคต คนที่รู้จักอดออมในภายภาคหน้าก็จะมีเงินทอง ไม่ชัดเจน ส่วนบางคนมีเงินเยอะใช้ฟุ่มเฟือยในอนาคตอาจจะหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย 


         วันนี้เราลองมองดูตัวเองสิว่า ปัจจุบันเราทำอะไรอยู่และในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร เปิดใจให้กว้าง ประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มนุษย์เราทุกคนเกิดมาก็มีอะไรไม่แตกต่างกัน (ยกเว้นคนพิการ) การที่เราจะประสบความสำเร็จใน    ชีวิตก็ต้องเห็นโอกาสก่อนคนอื่น ต้องรู้จักคิดวางแผนชีวิต และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เวลาผ่านไปรวดเร็ว อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง รีบวางแผนชีวิตเสีย ตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

คนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเด่น ดังนี้


         ชอบคิด แต่ไม่ใช่การคิดในลักษณะที่เพ้อฝัน ให้คิดในสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ “มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”นี่คือเคล็ดลับเศรษฐีร้อยล้าน

         มีทัศนคติที่ดี และเชื่อว่าสามารถเป็นไปได้ ความเชื่อจะทำให้ทุกสิ่งเป็นจริงและเป็นไปได้

         ไม่ตีกรอบตัวเองให้อยู่จุดเดิม รู้จักมองโลกให้กว้างขึ้น หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

         มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเดินหน้าตามแผนที่ตั้งไว้อย่างจริงจัง ไม่เห็นปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้และหากทำได้ก็คือ "เราอยู่เหนือปัญหา"

         หมั่นสำรวจตัวเองอยู่เสมอ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง จะทำให้เรามองเห็นจุดบกพร่องที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างชัดเจน

         มีความกระตือรือร้น หรือความมุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำ เห็นคุณค่าและรักในงานที่ทำ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีความกระตือรืนร้นที่จะทำให้สำเร็จ

         บุคลิกดี ดูมีชีวิตชีวา หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ใครเห็นก็อยากคบหาสมาคมด้วย เป็นการสร้างโอกาสในสังคมให้แก่ตัวเองได้เป็นอย่างดี

         มีพลังแห่งการตัดสินใจ เราต่างมีพลังมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวกันอยู่แล้ว โดยต้องเกิดจากการตัดสินใจก่อนที่จะมีการลงมือทำ สิ่งที่เราประสบต่างเป็นผลจากการตัดสินใจของเราเอง การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นกับชีวิต

         พัฒนาตัวเอง ต้องทำตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสที่จะผ่านเข้ามา เพราะโอกาสอาจไม่เกิดขึ้นได้อีก หากไม่รู้จักเตรียมตัวให้พร้อมโอกาสอาจหลุดลอยไปอย่างรวดเร็ว รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นที่อยู่รอบข้าง อาจมีทั้งความคิดเห็นในแง่บวกและลบ ซึ่งความคิดเห็น ทั้งสองลักษณะล้วนมีประโยชน์ ทั้งสิ้น บางครั้งความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้

         คิดบวก การที่จะล้มเหลวหรือประสบผลสำเร็จนั้น วัดกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการคิด เลือกคิดบวกเริ่มต้นคุยถึงสิ่ง ดีๆ เลือกรับข้อมูลที่สร้างสรรค์ ที่จะช่วยกระตุ้นหรือสร้างแรงบันดาลใจในทางที่ดี นอกจากนี้แล้ว การอยู่ในสังคมที่คิดบวก ก็จะเป็นคนที่คิดทางบวก มากกว่าคนที่คิดทางลบ

         ยอมรับสิ่งใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลง คนที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่ "หยุดนิ่ง" มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์ปัจจุบัน

         รู้จักบริหารเวลา ผู้ที่ประสบความสำเร็จต้องรู้จักบริหารเวลาของตัวเองอย่างมี ประสิทธิภาพ

         "บางครั้งความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้"

         แนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คำถามที่ว่านั้นปลายของชีวิตคุณจะเป็นเช่นไร คำตอบ จึงขึ้นอยู่กับแนวความคิดและมุมมองของคุณนั่นเอง

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Who is the artist?












The person who painted these paintings wanted to become a famous artist and therefore applied for acceptance into the Viennese School of Arts. Had his application been successful, history would have turned out quite differently. His name was:  ADOLF HITLER

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ

อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้
2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง
5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำ หนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6. มะเร็งตับ อาการปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือ เป็นเวลานาน
10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่
13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ
**** ซึ่ง มีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา ( Melanoma ) คือ เนื้อ งอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ

ธรรมดา ธรรมดา!


ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง"
"ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ
แต่ปาฏิหารย์คือ การเดินอยู่บนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว"
ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง "ธรรมดา" เช่น ตื่นมา อาบน้ำ แปรงฟัน

ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมา
ก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ
 ... เราส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น
แต่ถ้าความ "ธรรมดา" นี้หมดไปล่ะ เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็ง ไปมีเรื่องนอกบ้าน ติดยา คบเพื่อนไม่ดี หรือสามีเราตายไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม หรือเราถูกไล่ออกจากงาน...

เรื่องก็จะ "ไม่ธรรมดา" ไปในทันที
และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ "ธรรมดา" จนใจแทบจะขาด...

ให้เรารีบชื่นชมกับความ "ธรรมดา" ที่เรามี และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล เพราะสิ่งธรรมดาๆแท้จริงแล้วคือ สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้วสำหรับมนุษย์อย่างเรา